Loading...

ทีมงาน

เปรมิกา บูลกุล

ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ | หัวหน้าฝ่ายสื่อสารดิจิตอล

"ชีวิตช่างงดงาม เมื่อมองว่าตัวเองเป็นผู้สังเกตการณ์"

       เปรมิกา บูลกุล (กิ๊ง / 1986) ได้สำรวจตนเองและค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบตั้งแต่ในวัยเด็ก เธอมักจะหมกมุ่นอยู่กับการเขียนในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนไดอารี่ กวี บทความ เนื้อเพลง และทุกๆ เรื่องที่อยู่ในหัวของเธอ โดยเธอได้ถ่ายทอดข้อความผ่านทางเว็บไซต์กวีแห่งหนึ่ง เธอเติบโตมาในครอบครัวศิลปินโดยรายล้อมไปด้วยญาติพี่น้องที่เป็นนางรำ นักเต้น นักดนตรีไทย จิตรกร และช่างถ่ายภาพ เมื่ออายุได้ 4 ปี เธอได้เริ่มเรียนบัลเล่ต์กับคุณพรพิมล กันทาธรรม (คุณป้าของเธอ) และคุณครูอีกหลายท่านจากโรงเรียนพรพิพล-สบหทัย กันทาธรรม จนกระทั่งอายุ 15 ปี เธอจึงได้เริ่มฝึกสอนและได้กลายมาเป็นครูสอนบัลเล่ต์อย่างเต็มตัวในเวลาต่อมา เปรมิกาใช้ชีวิตอยู่กับวงการบัลเล่ต์มาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาบันฑิตจากภาควิชานาฏยศิลป์ตะวันตก คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้ล้มเลิกความฝันที่จะเป็นนักเขียนแต่อย่างใด  เธอค้นพบว่าการเขียนและการเต้นช่วยให้เธอสามารถแสดงออกในสิ่งที่เธอไม่สามารถสื่อสารด้วยคำพูดได้

ช่วงที่เธอเริ่มก้าวเข้าสู่ชีวิตวัยทำงานเธอได้รับการสนับสนุนจาก คุณจตุพร ดำรงค์วานิช ที่ทำงานในวงการออนไลน์เอเจนซี่ในขณะนั้นให้ลองทำตามความฝันของเธอ โดยการสมัครเข้าทำงานในตำแหน่ง Content Editor และได้รับการปรับตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบให้เป็น Online Creative Copywriter ในเวลา 2 ปีต่อมา เมื่อเธอได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมจากสิ่งที่เธอรักได้ 4 ปี เธอจึงคิดที่จะออกไปสำรวจสิ่งใหม่ๆ และตัดสินใจก้าวสู่บทใหม่ของชีวิต

ภาพจาก: กานต์ วรรธนะพินทุ

เปรมิกาได้ค้นพบสิ่งต่างๆ ที่เธอชอบเพิ่มมากขึ้น เธอชอบเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ที่ห่างไกลจากสังคมที่เธอคุ้นเคย โดยเธอมักจะเดินทางคนเดียวเพื่อก้าวออกนอก Comfort zone ของตัวเอง จากการเดินทางนับครั้งไม่ถ้วนทำให้เธอได้มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้คนจากหลากหลายอาชีพ หลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายพื้นที่ และได้พบกับมุมมองที่แตกต่างจากผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ทำให้เธอได้ทำความเข้าใจความแตกต่างของผู้คนในฐานะปัจเจกบุคคล รวมถึงวัฒนธรรม และทัศนคติมุมมองที่แตกต่างกัน การรวบรวมมุมมองที่หลากหลายและสดใหม่เหล่านี้ได้นำเธอไปสู่การเปิดใจและขยายมุมมองโลกของเธอให้กว้างยิ่งขึ้น ยิ่งเธอได้พูดคุยกับผู้คนมากเท่าไร เธอยิ่งตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ของสังคมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เธอมักครุ่นคิดกับตัวเองอยู่เสมอว่าเธอจะสามารถทำอะไรให้กับสังคมได้มากขึ้นกว่าที่เธอทำอยู่ทุกวันนี้ได้บ้าง เธอลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัวและเริ่มทำงานเพื่อสังคมอย่างเป็นกิจจลักษณะมากกว่าการที่เธอคอยช่วยเหลือสัตว์ที่กำลังป่วยหรือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บเพียงบางครั้งบางคราว เธอจึงเข้าไปเป็นหนึ่งในทีมงานของค่าย English Camp ทำงานร่วมกับชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อเดินทางไปทำกิจกรรมและสอนภาษาให้กับเด็กๆ ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่บนเขาจรดตอนใต้ของประเทศไทย

หลังจากนั้นไม่นาน (ปี 2016) คุณอิสรี วงศ์ขวัญเมือง ได้นำข่าวสารเกี่ยวกับการเปิดรับสมัครตำแหน่ง Online Acquisition Coordinator (แผนกระดมทุน) ที่กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาแจ้งให้ทราบ เธอจึงตัดสินใจสมัครและได้รับคัดเลือกให้เข้าทำงาน การทำงานที่นี่ทำให้เธอได้ใช้ความสามารถทางด้านการเขียนและทักษะความรู้ทางด้านออนไลน์ในการทำให้คนตระหนักถึงพฤติกรรมของตัวเองที่จะส่งผลกระทบกับคนอื่นๆ และโลกของเรา 

เปรมิกาเข้าร่วมกิจกรรมแทบทุกกิจกรรมที่กรีนพีซจัดขึ้นในขณะนั้นในฐานะอาสาสมัครควบคู่ไปกับการทำงานประจำที่นั่น และช่วงเวลานั้นเองที่เธอได้ทำความรู้จักกับ Rod Paterson (อดีตผู้อำนวยการฝ่ายระดมทุนกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และ Anita Bacic (ศิลปินอิสระ) 

ในปี 2018 เปรมิกาได้ทำงานรับใช้สังคมในฐานะ Digital Marketing Coordinator ที่มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปีเดียวกันนั้นเองที่เธอได้กลับมาพบกับเพื่อนเก่าที่ห่างหายกันไปนานอย่าง ณัฐพล ชัยวรวัฒน์ เขาได้เล่าไอเดียของโครงการ Open Source Art Performance ให้เธอฟัง ความตั้งใจจริงของณัฐพลทำให้เปรมิกาตัดสินใจช่วยเหลือเขาในการจัดตั้งโครงการนี้ให้เกิดขึ้นจริง และชักชวนให้ Rod และ Anita มาร่วมดำเนินโครงการนี้ด้วยกัน

ในระหว่างนั้นเปรมิกายังคงเสริมสร้างทักษะของเธอโดยการกลับไปทำงานในแวดวงดิจิตอลเอเจนซี่และบริษัทเอกชนอีกครั้งในฐานะ Communications Manager และ Marketing Manager พร้อมกันกับที่เธอยังคงอุทิศประสบการณ์และทักษะของเธอแก่โครงการ Open Source Art Archive ต่อไป